SCGP กำไรวูบ 18% เหลือ 1,856 ล้านบาท ปันผล 0.25 บาท/หุ้น
“เอซีจี แพคเกจจิ้ง – SCGP” เผย ไตรมาส 2/65 กำไรลดลง 18% เตรียมปันผล 0.25 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 8 ส.ค. 65
บริษัท เอซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) ชื่อหลักทรัพย์ SCGP รายงานผลดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 1,856 ล้านบาท ลดลวง -18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น +12% จากไตรมาสก่อน ทั้งนี้มีรายได้รวม เท่ากับ 37,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น +4% ในไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศเวียดนาม และการขยายกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกันต้นทุนการขายก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ด้าน EBITDA เท่ากับ 5,478 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี EBITDA margin ที่ 14%
โดยรวมครึ่งแรกของปี 65 มีกำไรสุทธิ 3,514 ล้านบาท ลดลง -20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้ 74,616 ล้านบาท เติบโต 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ไตรมาส2/65 มีรายได้เท่ากับ 31,862 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน สาเหตุหลักจากการปรับราคาในทุกผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับต้นทุน รวมทั้งรายได้จากการควบรวมกิจการ และขยายกำลังการผลิต
ธุรกิจเยื่อและกระดาษ ไตรมาส2/65 มีรายได้เท่ากับ 7,016 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อน มีสาเหตุหลักจากความต้องการเพิ่มขึ้นในทุกสินค้า โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์อาหาร และกระดาษพิมพ์เขียน
ต้นทุนขาย ไตรมาส2/65 อยู่ที่ 31,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อน รวมครั้งแรกของปี 65 เท่ากับ 61,648 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดีนวกันของปีก่อน ผลจากการขยายธุรกิจ และต้นทุนด้านพลังงาน ค่าระวางเรือ รวมถึงราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูง
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2565 บริษัทมฯ มีสินทรัพย์รวม 202,566 ล้านบาท ลดลง 4,258 ล้านบาท หรือ -2% จากสิ้นเดือน ธ.ค. 64 และมีหนี้สินรวม 77,422 ล้านบาท ลดลง 7,102 ล้านบาท หรือ -8% จากสิ้นเดือน ธ.ค. 64
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการจ่ายปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2565 รวม 1,073 ล้านบาท ในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทรับเงินปันผล 9 ส.ค. 2565 (ขึ้น XD วันที่ 8 ส.ค.) และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 24 ส.ค. 2565
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ SCGPไตรมาสที่ 2/2565
ขณะเดียวกัน SCGP ได้ลงทุนขยายธุรกิจ 2 โครงการ คือ
- โครงการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษลูกฟูก มีกำลังการผลิตส่วนเพิ่ม 75,000 ตันต่อปี คิดเป็น 5% ของกำลังการผลิตในไทย ใช้เงินลงทุนประมาณ 2,450 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในปี 2566
- บริษัทฯ ลงนามสัญญาเข้าซื้อหุ้น 100% ใน Peute Recycling B.V. (Peute) ใช้เงินลงทุน 2,875 ล้านบาท ปัจจุบันมีความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบกระดาศรีไซเคิล ประปริมาณ 1 ล้านตันต่อปี และพลาสติกรีไซเคิล 0.1 ล้านตันต่อปี โดยมีโรงงานอยู่ที่เมือง ดอร์เดรซท์ ประเทศเนเธอแลนด์ และมีแผนจะย้ายไปยังเมืองอัลบลาสเซอร์ดัม
นอกจากนี้ บริษัทมีโครงการที่ดำเนินการตามแผนงาน 2 โครงการ ได้แก่
- ประเทศไทย ขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารจากเยื่อธรรมชาติ โดยโครงการนี้มีกำลังการผลิตส่วนเพิ่ม 223 ล้านชิ้นต่อปี ที่โรงงานในจังหวัดกาญจนบุรี โดยได้เริ่มทดสอบการดำเนินการแล้วในไตรมาส 2/64
- ประเทศเวียดนาม โครงการขยายการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ มีกำลังการผลิตส่วนเพิ่ม 370,000 ตันตันต่อปี คิดเป็น 75% ของกำลังการผลิตทั้งหมดในประเทศเวียดนาม โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 11,793 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ภายในปี 2567
วิธีรับสิทธิ "คนละครึ่งเฟส 5" คนละ 800 บาท
คนละครึ่งเฟส 5 มาแล้ว! แจกคนละ 800 บาท เงินเข้าแอปฯเป๋าตัง ก.ย.นี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB